เป็ปเดือนที่ 10 เริ่มพูด เริ่มทำตามในสิ่งที่เราสอน

February 24, 2010 – 8:29 am
ตอนนี้เข้าเดือนที่ 10 ของเป็ปแล้วครับ ตอนนี้เค้าสามารถทำหลายๆ อย่างได้ เช่น พูดคำแรกที่เค้าพูดออกมาคือ "บา" แล้วก็ "บู" และหลายเดือนก่อนเราติด "ดาว" ไว้บนเพดานห้องเราครับ แล้วเค้าก็ชอบมองดาว แล้วเราก็สอนให้เค้าพูดคำว่า "Star" ซึ่งเค้าก็ชอบมองมากๆ แล้วเดือนนี้เป็นเดือนที่เค้าพูดคำว่า "สตาร์" ออกมาได้ ดีใจกันใหญ่เลย เอ็มเริ่มเปิด DVD เบบี้ไอสไตน์มาได้หลายเดือนแล้ว เค้าชอบมากๆ และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ พอเวลาเราสอนเค้าเช่น "ตบมือๆ" เราท่าตบมือให้เค้าดู เค้าก็จะตบมือตามด้วย..ชอบมากๆ ดูทุกเช้า เลย

น้ำตาแห่งความปิติ

June 21, 2009 – 1:50 pm
วันนี้วันอาทิตย์ ตื่นมาสายๆ ตื่นมา ก็มานั่งเล่นกับลูก ปกติ เอ็มจะเล่นกับลูกโดยการ ร้องเพลงให้ฟัง โดนจับลูกหันหน้าเข้ามาหาตัวแล้วก็ร้องเพลงให้เค้าฟัง ผมก็ร่วมวงบรรเลงเพลง ร้องเพลงร่วมกัน 3 คน พ่อ-แม่-ลูก น้องเป็ปดูจะสนุกสนานมากๆ ร้องและยิ้มใหญ่  หลังจากนั้น เราก็เปลี่ยนมาเล่นเปียนโนแทน เอ็มเล่นและร้อง ส่วนผมก็อุ้มลูก มองหน้าลูก และร้องเพลงตามไปเช่นกัน ในขณะที่เราร้องเพลงไปด้วยกัน เค้าก็เปล่งเสียงออกมาร่วมร้องเพลง แบบเด็กๆ เอ๊อๆ แอ้ๆ ณ. เวลาที่ลูกจ้องมองผม ผมจ้องมองลูก และ เวลานั้น มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบอก และสื่อสารออกมาจากตาของเค้า

เป็ปอาบน้ำ…

June 6, 2009 – 8:04 pm
มาดูกันว่าเป็ปอาบน้ำแล้ว ไม่ร้องไห้เลย เก่งจริงๆ เล้ยยย

เป็ปกับการฝึกตั้งคอ (อายุ 1 เดือน 3 อาทิตย์)

May 31, 2009 – 11:54 pm
      ตอนนี้น้องเป็ป อายุ 1 เดือน 3 อาทิตย์แล้วครับ (31/5/09) ตอนนี้ผมพยายามสอนให้เค้าตั้งคอเองได้ ก็เริ่มฝึก ทุกๆ วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง ช่วงนี้ เป็ปเริ่มคุย เออๆ เอิ๊กๆ แล้วครับ กินนมทั้งวันเลยครับ กินจนท้องป่อง จนเอ็มต้องเอายา Air-X สำหรับเด็ก แก้ท้องอืด เพราะท้องเป็ปป่องมาก  เมื่อวานกับวันนี้ พ่อ-แม่ อาผมมาเยี่ยมกัน เป็ปคุยเอิ๊กๆ อ๊ากๆ กับทุกๆคนเลย อารมณ์ดีจังเลย

ตอนนี้น้องเป็ป อายุ 1 เดือน 1 อาทิตย์แล้วครับ

May 17, 2009 – 6:57 pm
ตอนนี้น้องเป็ป อายุ 1 เดือน 1 อาทิตย์แล้วครับ  วันก่อนเพิ่งโกนผมไฟไปเองครับ ครบรอบ 1 เดือนแล้วครับ ดูวีดีโอ ตอนน้องเป็ปยิ้ม ว่าเป็นยังไงด้านล่าง [youtube yZPBpfj1VgU] ดู VDO ทั้งหมดได้ที่ http://www.youtube.com/view_play_list?p=39BEE77813C0F160 ดูภาพได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157618234246403/

พาลูกเข้าสู่โลกของ Social Network

April 14, 2009 – 8:22 pm
วัันนี้ผมและเอ็มได้เริ่มสร้างตัวตนของ น้องปั้นในโลกออนไลน์ โดยได้เริ่มสร้าง Gmail.com Account โดยได้ชื่อ paphakornp(a)gmail.com Hotmail.com Account ชื่อ paphakornp(a)hotmail.com Facebook.com Account add เข้าใน Group ของคุณได้ที่ http://www.facebook.com/profile.php?id=1683563848&ref=name Twitter.com Account สามารถ add ได้ที่ https://twitter.com/paphakorn ใครมี Social Network อะไรก็สามารถ Add ลูกของเราสองคนเข้าไปใน Network ของคุณได้เลยนะครับ ปั้น-เอ็ม-ป้อม

ที่มาของชื่อลูกของเราสองคน

April 13, 2009 – 6:00 pm
         ตั้งแต่เราเริ่มรู้ว่าเราจะมีลูกกัน เอ็มก็เริ่มเรียก ลูกที่อยู่ในท้องว่า "ลูกมี้" เพราะเอ็มแทนตัวเองว่า "มี้" และ เมื่อเรารู้ว่าลูกของเราเป็นผู้ชายในเดือนที่ 4  เราก็เริ่มวางแผนตั้งชื่อของลูก โดยผมได้ขอเอ็มว่า ขอให้ลูกเรา ใช้ชื่อจริง และชื่อเล่น ที่ขึ้นต้นด้วย อักษร "P" เพราะตัวผมเอง มีชื่อจริง-นามสกุล-ชื่อเล่น ขึ้นด้วย "P" ทั้งหมดได้แก่ Pawoot Pongvitayapanu (Pom) ผมจึงใช้ตัวย่อแทนตัวเองว่า "P3" เป็นประจำ ดังนั้นเมื่อมีลูก ผมก็เลยอยากคง Concept ให้ลูกของผม ใช้คำว่า "P3" เหมือนเดิมครับ เลยขอเอ็มให้คง Concept นี้เอาไว้ ซึ่งเอ็มก็ตกลง ช่วงเดือนที่ 9 เอ็มก็เริ่มเลือกชื่อลูกของเราว่าจะชื่ออะไร ตอนแรก ผมตั้งใจจะให้ลูกชื่อจริงว่า "พลัง" และชื่อเล่นว่า "เภา" หรือ Power ซึ่งจะสอดคล้องกันทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น แต่หลังจากที่เอ็มได้ทำการศึกษา เกี่ยวกับการตั้งชื่อ จากหนังสือและเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า ชื่อที่ตั้งไว้ว่า "พลัง" ไม่ดี เลยได้ทำการเลือกชื่อใหม่ อีกหลายชื่อ เช่น "ปภาณ, ปภากร, ปภังกร, กรณ์" เป็นต้น ซึ่งชื่อทั้งหมดที่เอ็มเลือก เอ็มใช้เว็บ www.FortuneName.com และ www.ThaiBabyName.com เป็นเครื่องมือในการช่วยเลือกและคำนวน

ลูกผมเป็นเด็กภาวะพร่องเอนไซด์ จีซิกพีดี หรือ G6PD Deficiency

April 13, 2009 – 3:13 pm
    หลังจากน้องปั้นได้คลอดออกมาที่โรงพยาบาลในวันแรกๆ หมอเด็กได้ตรวจสุขภาพโดยรวมของน้องปั้น และพบว่า น้องปั้นเป็นเด็กที่เลือดของเค้า เป็นเด็กภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD ที่พบบ่อยในมนุษย์ มีประชากรประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลก ที่มีภาวะนี้  ดังนั้นสำหรับเราตอนนี้ คือเราต้องบอกให้เค้ารู้ว่า เค้าเป็นภาวะนี้ หากจะกินอะไรก็ต้องระวังให้ดี ในตอนเค้าเติบโตขึ้นมา ภาวะ นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคแพ้ถั่วปากอ้า(Favism)  G6PD Deficiency มีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ผ่านทางโครโมโซมเอกซ์ (X-linked recessive fashion) ทำให้มีผลกระทบต่อเพศชายมากกว่าเพศหญิง การวินิจฉัยโรคนี้ใช้การตรวจสอบทางพันธุกรรม ผมเลยได้ศึกษาข้อมูลขอภาวะนี้ เอาไว้ เพื่อมีปัญหาฉุกเฉินผมจะไ้ด้กลับเข้ามาดูข้อมูลที่หาไว้อ้างอิง ที่เว็บนี้ได้ และก็ให้คนอื่น ทราบเพื่อมีโอกาสเจอหรือได้พบกับน้องปั้นตอนโตขึ้นไป จะได้ช่วยเตือนเค้าครับ ว่าเค้ามีภาวะนี้ ซึ่งจะต้องมีอะไรต้องระวังบ้างนิดหน่อยในชีวิตประจำวันครับ

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเราสองคน” เมื่อลูกน้อยออกมาแล้ว

April 9, 2009 – 12:56 pm
           ณ.เขียนข้อความนี้อยู่ ลูกน้อยของเราสองคน ก็ได้ออกมาดูโลกนี้อย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้วครับ ลองกลับมาย้อนดูกันหน่อยว่า วันนี้ 9 เมษายน 2009 เรามีประสบการณ์อะไรกับบ้าง เริ่มจากเรามีนัดมาที่โรงพยาบาลกันตอนประมาณ 5 ทุ่ม เรามาถึงกันตอน 5 ทุ่มนิดหน่อย ผมหิวเลยแวะไปทานข้าวหน้าโรงพยาบาล หลังจากทานเสร็จ เราก็เข้ามาตรวจเลือด ที่ตลกมากคือ ผมเจอคุณเบี้ยส ลูกค้าผม เว็บไซต์ www.MunkongGadget.com ก็พาภรรยามาคลอดด้วยเช่นกัน เวลาห่างผมประมาณ 10 นาที และก็ขึ้นมาที่ห้องพัก เอ็มก็เปลี่ยนเสื้อผ้า และพยาบาลแนะนำเบื้องต้นว่าวันนี้จะมีอะไรบ้าง กำหนดคลอดของเราคือเวลา 6.39 am โดยพยาบาลจะมาปลุกตอน ตี 4 หลังจากนั้นเราก็ต่างนอนพัก   พอถึงเวลาตี 4 พยาบาลก็มาปลุก ให้เอ็มเตรียมตัว พอตี 5 ครึ่ง พ่อกับแม่ของเอ็มก็มา แล้วเราก็ลงไปที่ห้องคลอด เอ็มเข้าที่ห้องก่อน และซักพักผมก็ตามเข้าไปตอน 6.20 am เจอคุณเบียส ก่อนเข้าห้องคลอด ของแกจะเป็น คนต่อไปหลังจากเอ็มคลอด

กำหนดวันคลอด..

April 8, 2009 – 9:38 am
ไม่ได้อัพเดทเว็บมานาน จากวันที่เริ่มรู้ว่า มีลูก จนถึงวันนี้ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ เอ็มจะไปคลอดแล้ว ที่มาที่ไปก็คือ เนื่องจากเมื่อวานนี้ (7 เมษายน 09) เรามีกำหนดไปพบหมอ (นพ.ครรชิต) ที่ รพ.พญาไท 2 (ข้างออฟฟิสเรานี้เอง) ซึ่งกำหนดคลอดที่หมอได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรกคือ วันที่ 8 เมษายน 09 (วันนี้) แต่หลังจากหมอตรวจดูแล้วพบว่า ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะได้คลอดเลย อาจจะไปคลอดอีกทีหลังสงกานต์เลย และหมอบอกว่า หากเลยช่วงวันที่กำหนดไปนานๆ จะไม่ค่อยดีกับเด็ก เพราะ รก จะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้การส่งอาหารและอ๊อกซิเจน ไปเลี้ยงเด็กได้น้อยลง เราก็คิดไปคิดมา ปรึกษาที่บ้านว่าจะเอายังไงดี เพราะ หมอบอกว่า สามารถ "เร่งคลอด" ได้ โดยให้ยา และไม่เป็นอันตรายกับเด็ก ซึ่งเราก็สนใจวิธีนี้ ก็เลยคิดว่าไหนๆ จะเร่งคลอดแล้ว ก็อยากให้ลูกออกมาในช่วงฤกษ์ดีๆ ก็เลยโทรกลับไปที่บ้านผม ให้ดูฤกษ์หน่อยว่า จะเป็นช่วงไหนดี? ซึ่งที่บ้านผมก็ดูมาให้ว่า ฤกษ์ที่ดีคือ วันที่ 9 เมษายน 09 เวลาตั้งแต่ ตี 5.00 - 6.59 น. ซึ่งเราก็เลยมานั่งวางแผนกันว่า ถ้าจะเร่งคลอด ซึ่งปกติ จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง หลังจากเร่งแล้ว เด็กก็จะคลอดออกมา ก็ต้องวางแผนย้อนหลังกัน ว่าหากเราต้องการให้ลูกออกตอน เวลาที่เราต้องการ ต้องให้ยาเร่งตอนกี่โมง แต่คุยไปคุยกับ เราก็เลยตัดสินใจ ไปคุยกับหมออีกรอบ หมอก็บอกว่า ถ้าท้องใหม่ การให้ยาเร่งอาจจะกินเวลาไปถึง 10 ชั่วโมง และบางที หากเร่งไปแล้ว ปวดท้อง (มดลูกบีบตัว) แต่ปากมดลูกไม่เปิด ก็อาจจะต้องผ่าออก สรุปง่ายๆ คือ เจ็บ 2 ต่อ คือ เจ็บทั้งปวดท้อง และเจ็บผ่าท้อง หากลูกไม่ออกจากการเร่งด้วยยา